วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

หยุด

วิจารณ์แผนการใช้ชีวิตในวันหยุดช่วงปีใหม่

แผนที่ ๑
31 ธ.ค. - นอนถึงบ่าย
- เล่นเกมปัญญาอ่อนถึงหกโมงเย็น
- ไปกินข้าวที่ท่าพระจันทร์
- ดูทีวีเคาท์ดาวน์กับหมาที่บ้านสองต่อสอง
- นอน

1 ม.ค. - นอนถึงบ่ายสาม
- กินข้าว
- เล่นคอม
- นอน

ความคิดเห็นที่ 1:
ดูดีมาก
โดยเฉพาะช่วงการไปเคาท์ดาวน์กับหมาสองต่อสอง
นับว่าเป็นส่วนที่น่าประทับใจที่สุดของเรื่อง

แต่ในแง่การสื่ออารมณ์แล้วยังด้อยไปนิดนึง นั้นก็อาจมาจากการที่พลอตไม่หลากหลาย
การจัดองค์ประกอบก็สมบูรณ์ดีคือ มีตื่นนอนตอนต้น และต้องมีการนอนตอนปลาย ดูแล้วเป็นระเบียบ
ดาว: 4/5 ดาว

ความคิดเห็นที่ 2:
ยังขาดความชัดเจนตรงคำว่าเกมปัญญาอ่อน
ควรมีหลักเกณฑ์พิจารณาที่แน่ชัดก่อนว่า เกมไหนปัญญาอ่อน เกมไหนไม่ปัญญาอ่อน
ผู้ออกแบบแผนจะได้ปฎิบัติการเลือกเกมที่จะเล่นให้ถูกต้อง

ความคิดเห็นที่ 3:
เข้ามาดู (' _ ' )

แผนที่ ๒
31 ธ.ค. - เดินทางโดยรถ 10 ชั่วโมงเพื่อไปพังงากับผู้ปกครอง
- เดินเล่นดูสวนมะพร้าว
- เดินเล่นดูภูเขารูปช้าง
- นั่งรถไปภูเก็ต
- นอนที่ภูเก็ต

1 ม.ค. - ดูชายหาด
- กินกุ้งแช่น้ำปลา
- ดูชายหาด
- ดูกุ้งแช่น้ำปลา
- ดูฝรั่ง
- ดูชายหาด
- นอน

ความคิดเห็นที่ 1:
กรี๊ดดดดดด
อยากดูสวนมะพร้าว!!
อิจฉาๆๆ

*เจี๊ยกๆ*

ความคิดเห็นที่ 2:
เป็นแผนไม่ดี เพราะไม่มีการตื่นนอนอยู่ในแผน จึงถือว่า unrealistic ทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 3:
31 ธ.ค. - เดินทางโดยรถ 10 ชั่วโมงเพื่อไปพังงากับผู้ปกครอง <<

ไม่เป็นความจริง เพราะพังงาใช้เวลา 8 ชั่วโมง 25 นาทีก็ถึง

- กินกุ้งแช่น้ำปลา <<

ไม่เป็นความจริง กุ้งไม่ได้แช่น้ำปลา แต่แช่มะนาวผสมน้ำปลาต่างหาก

- ดูฝรั่ง<<

ไม่เป็นความจริง เพราะฤดูนี้ ฝรั่งยังไม่ออกลูกที่ภูเก็ต

ดังนั้น อยากให้เจ้าของกระทู้เลิกเขียนมั่ว สุ่มสี่สุ่มห้าได้แล้ว ประเทศชาติจะล่มจมเพราะคนมั่วๆ อย่างคุณ

ความคิดเห็นที่ 4:
ใครว่าช่วงนี้ฝรั่งไม่ออกลูกที่ภูเก็ต
ออกตั้งหลายลูก
ลูกโตๆ ด้วย

ไม่เชื่อไปดูได้ที่หาดป่าตอง

แผนที่ ๓
31 ธ.ค. -ตื่นบ่ายโมง
- กินอาหารที่ทองหล่อ
- เดินเล่นที่ H1 ทองหล่อ
- เดินสยาม
- เดินสีลม
- กลับบ้าน
- นอน

1 ธ.ค. - ตื่นแปดโมง
- เดินวัดพระแก้ว
- เดินวัดโพธิ์
- เดินท่าพระจันทร์
- เดินบนแม่น้ำเจ้าพระยา
- ลอยไปกลา่งอากาศ
- เปล่งแสงออกมา
- นิพพาน

ยังไม่มีความคิดเห็นสำหรับกระทู้นี้

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Printed Diary

บทรายการโทรทัศน์ประเภท: สารคดีท่องเที่ยวต่างประเทศ
เวลาฉาย: 1 ชั่วโมง
พิธีกร: คุณวิดทิ ติ๊ชึ่งสะดึ่งทุกเวลา
พิธีกรรับเชิญ: อิง อชิตะ, เคน ธีรเดช

-----------------------------------------------------

สถานที่ท่องเที่ยว: สิงคโปร์

เปิดรายการเพลงธีม: เพลงจดหมายรักจากเมียเช่า

พิธีกรเปิดรายการ
ประเด็นที่พูด:
- กล่าวต้อนรับ
- แนะนำประเทศสิงคโปร์ >กัปต้นราฟเฟิล >พื้นที่ >ประชากร >ศาสนา >การเมือง >กฎหมาย >สนธิสัญญาที่ลงนาม >คดีในศาลโลก >องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วม
- แนะนำพิธีกรร่วม

พักโฆษณา:
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศลาว
- ยาสีฟันดอกบัวคู่

รายการช่วงสอง:
เคน ธีรเดชเปิดช่วง

แนะนำพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
ประเด็นที่พูด
- ประวัติความเป็นมา >ยุค 40 >ยุค 50 >ยุค 60 >ยุค 70 >ยุค 80 >ยุค 90 >ยุค 2000 >ประเมินความสำเร็จ
- วัตถุโบราณ >เหรียญ >ไห >หม้อ >ชาม >หีบ >ทองคำ >อายุวัตถุโบราณ >การตรวจสอบวัตถุโบราณ >เทคนิก

แนะนำสวนพฤษศาสตร์สิงคโปร์
ประเด็นที่พูด
- ประวัติความเป็นมา >ยุค 40 >ยุค 50 >ยุค 60 >ยุค 70 >ยุค 80 >ยุค 90 >ยุค 2000 >ประเมินความสำเร็จ
- ต้นไม้ >กล้วยไม้ >กล้วยไข่ >กล้วยน้ำไท >ปาล์ม >ดอกสะเดา

พักโฆษณา:
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศพม่า
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศโซมาเลีย
- ธนาคารบัตตัมบอง

รายการช่วงสาม:
อิง อชิตะ เปิดช่วง

แนะนำสิงโต
ประเด็นที่พูด
- แว้ด แว้ด
- กรี๊ด กรี๊ด >โอ้โห >อู้หู >แม่จ้่าววววววว

แนะนำโรงแรมราฟเฟิล
ประเด็นที่พูด
- ฮัลโหล ฮาวอาร์ยู!!!
- แว้ด แว้ด
- กรี๊ดดดดดด >แว้ก >สวยมาก! >แม่จ้า่วววววววว

พักโฆษณา:
- ธนาคารกรามึน
- ยาแก้ริดสีดวงทวารหนักตราดอกบัวคู่
- ยาอมแก้ร้อนในตราดอกบัวเดี่ยว

รายการช่วงสี่:
พิธีกรกับพิธีกรร่วมเปิดช่วง

แนะนำเกาะเซนโตซ่า
ประเด็นที่พูด:
- กระเช้าเคเบิ้ล >ประวัติความเป็นมา >หลักการทำงาน >ประเมินความสำเร็จ >แว้ก แว้ก
- สวนสนุก >ประวัติความเป็นมา >หลักการและเหตุผล >สนธิสัญญาด้านสวนสนุกที่เกี่ยวข้อง >กรี๊ด >ประเมินความสำเร็จ

แนะนำข้าวมันไก่
ประเด็นที่พูด:
- วิธีทำ >การเลือกไก่ >สนธิสัญญาเกี่ยวข้องกับการส่งไก่เข้าประเทศ >น้ำซุป
- วิธีกิน >ช้อน >ส้อม >แว้ก แว้ก

ปิดรายการ
ประเด็นในสคริปต์ปิดรายการ:
>การจัดการที่ดี
>การศึกษาที่ดี

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สัมภาษณ์

เด็กดีเด็กดี ไปทำอะไรดีจ๊ะ

"ไปสัมภาษณ์งานจ๊ะ"

ดีเลย

8 พฤศจิกายน 2551 @ สำนักงาน บริษัท อาถรรพ์น้ำมันพืช จำกัด

ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานของเรานะครับ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะครับ พี่ชื่อพี่กูกู้ว เป็นผู้จัดการบริหารบริษัทนี้ครับ

พี่ชื่อเดวิดคอปเปอร์ฟิล เป็น CEO ครับ (พูดไทยชัดจัง)

พี่ชื่อดาด้าตาวิ้งวิ้ง ค่ะ

คนนี้ชื่อน้อย

น้องคาดหวังอะไรถ้าได้มาฝึกงานที่นี่ครับ

"ไม่ได้หวังอะไร แต่พูดอย่างนั้นไปก็ไม่ได้ ก็หวังอยู่นิดๆ ว่า ช่วงปิดเทอมอยู่บ้านมันเหงาๆ ไงพี่ ถ้ามีห้องแอร์ให้นั่งเล่นคอมฟรีๆ ทุกวันก็จะดีมาก"

แล้วไปสมัครไว้ที่ไหนบ้างแล้วครับ

"ที่บริษัทอาถรรพ์น้ำแร่ที่นึง อาถรรพ์น้ำขิงที่นึง และอีกที่นึงก็ที่นี่"

Eh, do you have a dog, right?

"Yes, I have many boxes placed beside my bed, lot of stuffs in there such as old books, old cassettes."

No, I mean doooog.

"Ok, I don't know where did you get the idea that I have a personal dock in the backyard, though there's a canal flowing pass my house. Anyway, I like boat and sailing, I always dream of my being captain in boat row in the curvaceous river."

นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของญี่ปุ่นชื่ออะไรคะ

"ทาโร่ อาโซะ"

งาน World Expo 2010 จัดที่ใด

"เซี่ยงไฮ้"

"Brighton Port Authority" เป็นชื่อใหม่ของศิลปินคนใด

"Fat Boy Slim"

อัลบั๊มใหม่ของ Oasis ชื่อว่า...

"Dig Out Your Soul"

บอกชื่อหนังของ Truffaut มาสองเรื่อง

"400 Blows
Fahrenheit 451"

บอกชื่อสมาชิกในวง Arcade Fire อย่างน้อย 3 ชื่อ

"ไม่ทราบ"

ขอบคุณน้องมากครับที่มาสัมภาษณ์ มีอะไรจะถามไหมครับ

"ไม่มีอะไรจะพูด"

ขอบคุณมากครับ

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

หรรษาแชร์ลูกโซ่

แชร์คอมพิวเตอร์

มาร่วมลงทุนเปิดร้านเฟรนไชส์คอมพิวเตอร์กับเราได้ โดยจะเลือกลงทุนเป็นร้านขนาดเล็ก ในราคา 88000 บาท หรือร้านขนาดใหญ่มีฮาร์ตแวร์ครบครัน ในราคา 100000 บาท หรือจะเลือกเปิดเป็นร้านขายอุปกรณ์ของแอปเปิ้ลในราคา 120000 บาท โดยผู้ซื้อเฟรนไชส์ไม่ต้องขายเอง ไม่ต้องหาทำเล เพราะทางบริษัทจะจัดการหาให้หมด

ทางบริษัทรับประกันรายได้ขั้นต่ำ 200000 บาทต่อเดือน และหากหาสมาชิกมาร่วมลงทุนกับเราเพิ่ม ก็จะได้โบนัสเพิ่มเติมอีก 40000 บาท/ราย

การเปิดตัวจะทำอย่างยิ่งใหญ่ที่พารากอนฮอลล์ จะเชอญวงดนตรีอย่างฟลัวร์ และสเลอร์มาเล่นดนตรีแนะนำกิจการของเรา บริษัทตั้งอยู่ที่ตึกเมอร์คิวรี่ ชั้น 23 (ถัดจากสำนักงานกฎหมายชื่อดังไปหนึ่งชั้น)

ขอเชิญท่านมาร่วมทำงานกับเรานะจ๊ะ

แชร์เงาะโรงเรียน

ขอเชิญท่านร่วมลงทุนในเครือข่ายกิจการเงาะโรงเรียน โดยให้เลือกลงทุนได้หลายระดับคือ ลงทุนหนึ่งต้น จ่าย 40000 บาท ลงทุนหนึ่งกิ่งจ่าย 20000 บาท ลงทุนหนึ่งใบจ่าย 10000 บาท และจะให้ผลตอบแทน 200% ของเงินที่ลงทุนภายในหนึ่งปี

การเปิดตัวกิจการจะทำในห้องบอลรูมของโรงแรมเอราวัณ ข้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจะมีการฉายไร่เงาะโรงเรียนที่กว้างใหญ่ไพศาลในวิดิทัศน์ และเชิญชวนร่วมสัมมนาเรื่อง "เงาะ: ทางรอดของมนุษยชาติในยุคโลกร้อน" กับผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกเงาะชื่อดัง

แชร์หนังสั้น

ขอเชิญท่านร่วมลงทุนในเครือข่ายกิจการทำหนังสั้นของนักเรียน และนักศึกษา โดยสามารถเลือกลงทุนเป็นฟิลม์หนึ่งม้วนในราคา 50000 บาท หรือลงทุนเป็นนักแสดงหนึ่งคนในราคา 20000 บาท บริษัทรับประกันรายได้จากการขายหนังสั้น สูงสุดเดือนละ 70000 บาท หากท่านหาสมาชิกเพิ่มก็จะได้รับโบนัสอีกสูงสุดเดือนละ 20000 บาท

โดยจะเลือกเปิดตัวกิจการในโรงหนัง House อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเชิญชวนวงดนตรีอย่าง Bloc Party, Manic Street Preacher, Oasis, Stereophonic, Travis, Coldplay มาร่วมแสดง พร้อมกับการจัดเสวนาเรื่อง "ลู่ทางธุรกิจภาพยนตร์สั้น ทางรอดจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์" นำโดยผู้เชี่ยวชาญจบดอกเตอร์ทั้งทางด้านภาพยนตร์ และทางด้านการจัดการบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัย Yell

ประสบการณ์ความสำเร็จของผู้ร่วมลงทุน

ผมชื่อจตุพล ณ วัดเสมียนนารีที่อยุธยา กำลังทำงานอยู่ในบริษัท อาถรรพ์น้ำมันพราย จำกัด แต่เนื่องจากค่าจ้างไม่พอจึงเริ่มหางานพาร์ตไทม์ทำ แล้วได้มาพบกับธุรกิจเฟรนไชส์คอมพิวเตอร์ แล้วพบว่าถูกใจใช่เลย เพราะเราเป็นคนไม่มีเวลาว่างอยู่แล้ว อีกทั้งเงินลงทุนก็ต่ำ กำไรก็งดงาม ปัจจุบันนี้ได้ลงทุนเปิดเฟรนไชส์ร้านขายอุปกรณ์แอปเปิ้ลไป 6 ร้านแล้ว ได้รับผลตอบแทนปีละ 14,400,000 บาท ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ขอให้ไปเชื่อบรรพบุรุษคุณก็แล้วกัน

ดิฉันชื่อนางสาวกุ๊กกิ๊ก สะดึ่งทุกเวลา เป็นเสมียนอยู่ที่วัดเสมียนนารี แรกเริ่มได้ยินชื่อกิจการเงาะโรงเรียน ก็นึกขำๆ ว่าเป็นไปได้อย่างไร แต่ดิฉันก็ลองลงทุนต้นเงาะไปหนึ่งต้น ผลปรากฎว่าได้ผลตอบแทนจริงๆ ดิฉันเลยกู้เงินจากเจ้าอาวาสมาลงทุนเพิ่มอีก 9 ต้น ตอนนี้ดิฉันมีคอนโดหรูริมทะเลสาบกลางกรุงเทพแล้วค่ะ ขอบคุณเงาะโรงเรียนสำหรับทุกสิ่ง

ชื่อนายกัตติภิต สีแดน เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตภายใน ประจำกรมส่งเสริมคุณธรรมของชาติ ได้ทำความรู้จักกับกิจการที่เลือกลงทุนในการทำหนังสั้นก็น่าสนใจ จึงลองลงทุนไปนิดหน่อย ปรากฎว่าผลตอบแทนดีเกินคาด และเมื่อข้าพเจ้าทำงานหนักด้วยการไปชักชวนสมาขิกมาเพิ่ม ก็ยิ่งทำให้ผลตอบแทนของข้าพเจ้าตอนนี้เป็นปีละ 1,000,000 บาทแล้ว ปัจจุบันข้าพเจ้าได้ลาออกจากกรมส่งเสริมคุณธรรมของชาติ และออกมาเป็นนายหน้าหาสมาชิกเข้าเครือข่ายแทน ตอนนี้มีความสุขมาก และผู้ลงทุนก็ไม่จำเป็นต้องไปดูหนังสั้นที่ลงทุนไปด้วย จึงนับว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกอย่างถึงที่สุดให้แก่ผู้ลงทุน

บทสนทนา

A: ทำยังไงดีหาสมาชิกเพิ่มไม่ได้ เงินไม่มีมาจ่าย เขาท้วงกันใหญ่แล้วในพันธุ์ทิพย์
B: อะไรเนี่ย ทำไมยังมีคนไม่เชื่อถืออีก เราอุตส่าห์ไปเปิดตัวถึงในโรงหนังเฮ้าส์ ใช้เส้นสายจ้างวงดนตรีดังๆ มาช่วย ยังไม่พออีกหรอ
C: ก็มันไม่มีเงินแล้ว เขาก็ไม่เชื่อแล้วสิวะ
A: งั้นตอนนี้ได้เงินมาเท่าไหร่
B: 10 ล้าน
A: มีแค่นี้หรอ?
C: ก็อีก 5 ล้านเอาไปสร้างที่พักตากอากาศในต่างประเทศแล้วไง
A: เออ งั้นเราก็บินหนีไปที่นั่นกันวันพรุ่งนี้

D: รอด้วยสิ เงาะโรงเรียนก็ไปไม่รอดแล้ว
A: เงาะอะไรอีกเนี่ย! อุตส่าห์เสียเวลาไปถ่ายภาพไร่เงาะชาวบ้านชาวช่องเขามาหลอก ก็ยังไม่เชื่อกันอีก เบื่อเจงๆ
B: คนนำสัมมนาก็น่าเชื่อถือได้อีก ไปเอาคนจบคณะนิติศาสตร์ มาพูดเรื่องปลูกเงาะ
A: โอ๊ย คนนำสัมมนาแชร์หนังสั้น ก็เป็นแค่เด็กอาชีวะสาขาท่อประปาและสายไฟฟ้า ยังไม่เห็นมีใครบ่นกันเลย

E: นายๆ คอมพิวเตอร์ก็ขาดเงินหมุนแล้ว
A: ไม่อยากฟังแล้ว พอกันที เก็บของแล้วหนีไปฟิลิปปินส์วันพรุ่งนี้เลย
C: สนามบินถูกปิดครับ ^^
A: เหี้ยๆๆๆๆ

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

วันงงงง

อะไรเนี่ย

อะไรเนี่ย

วันที่ 1

ตื่นนอน
กินข้าว
นอน

วันที่ 2

ตื่นนอน
ไปมหาวิทยาลัย
ไปถ่ายภาพละคร
เดินไปมา
ดูละครเวที
กลับบ้าน
นอน

วันที่ 3

ตื่นนอน
กินข้าว
นอน

วันที่ 4

ตื่นนอน
ไปมหาวิทยาลัย
เดินไปมา
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
เดินไปมา
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
เดินไปมา
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
พูดเรื่องแชร์ลูกโซ่
เดินไปมา
ไปถ่ายภาพละคร
ดูละคร
กลับบ้าน
นอน

วันที่ 5

ตืนนอน
กินข้าว
นอน

วันที่ 6

นอน
นอน
กินข้่าว
นอน
กินข้าว
นอน

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ละครเวทีสั้น

-1-

บทละคร เรื่อง 4'33

ตัวละคร ไม่มี
ฉาก ไม่ต้องใช้
แสง ก็ไม่ต้องมี

*เวทีว่างเปล่าในความมืดมิดเป็นเวลา 4 นาที 33 วินาที*

[จบละคร]

-2-

บทละครเรื่อง ความเงียบในความว่างเปล่า

ตัวละคร ความว่างเปล่า แสดงโดย คุณว้าวุ่น สะดึ่งทุกเวลา
ความเงียบ แสดงโดย คุณพุ่กพู สะดึ่งทุกเวลา
ฉาก ไม่ต้องใช้
แสง ก็ไม่ต้องใช้

*เวทีอยู่ในความมืด*

*ความว่างเปล่า ออกมาเต้นไปมาทั่วเวที - ไม่มีเสียงประกอบ*
*ความเงียบออกมายืนกลางเวที - ไม่พูดอะไร*
*ความว่างเปล่าหายไปหลังเวที*
*ความเงียบหายไปอีกฝั่งของเวที*

[จบละคร]

-3-

บทละคร เรื่อง วันที่มืดมิด

ตัวละคร นายดี แสดงโดย คุณว้าวุ่น สะดึ่งทุกเวลา
นายทองประกอบ แสดงโดย คุณทองประกอบ สะดึ่งทุกเวลา
นายอินทรแมนทรวง แสดงโดย คุณอินทรแมนสรศักดิมนตรี ณ วัดเสมียนนารีแถวอยุธยา
ฉาก ร้านเซเว่นอีเลฟเว่้น สาขา วัดเสมียนนารี
แสง ไม่ต้องใช้

*เวทีมืดสนิท นายดี นายทองประกอบและนายอินทรแมนทรวง อยู่ในฉาก*

นายดี: มืดแบบนี้จะเล่นยังไงเนี่ย
นายทองประกอบ: ใช้ ผีห่าที่ไหนจะดูได้หล่ะเนี่ย
นายอินทรแมนทรวง: ถ้าคุณไม่เปิดไฟ พวกเราจะออกไปเดี๋ยวนี้เลย

*ทั้งสามยืนอยู่สักครู่แล้วเดินออกไป*

[จบละคร]

-4-

บทละครเรื่อง การผจญภัยของคุณดี

ตัวละคร นางดี แสดงโดย คุณพุ่กพู สะดึ่งทุกเวลา
นายดี แสดงโดย คุณอินทรแมนสรศักดิมนตรี ณ วัดเสมียนนารีแถวอยุธยา
นางสาวดี แสดงโดย คุณว้าวุ่น สะดึ่งทุกเวลา
เด็กชายดี แสดงโดย คุณทองประกอบ สะดึ่งทุกเวลา
ฉาก ร้านกาแฟ
ร้านขายอาหารตามสั่ง
ร้านขายเสื้อผ้า
ดวงจันทร์
ยานอวกาศ
แสง สปอตไลท์สีเหลือง แดง ชมพู ม่วง เขียว คราม ฟ้า น้ำเงิน

*นายดี นางสาวดี เด็กชายดี นางดี เข้ามาในฉาก ร้านกาแฟ พร้อมเต้นประกอบเพลงชาติไทย ในท่าทางแอโรบิก*

นายดี: วันนี้อากาศบายดี จริงไหมคุณดี
นางดี: ใช่ๆ
นายดี: ฉันไม่ได้พูดกับเธอนะนางดี ฉันกำลังพูดกับนางสาวดีต่างหาก
นางสาวดี นางดี เด็กชายดี นายดี: *หัวเราะพร้อมกัน*

*ไฟดับ เปลี่ยนเป็นฉากร้านขายอาหารตามสั่ง*

นายดี: เราจะสั่งกาแฟคาปูชิโน หรือมอคค่าดี
นางดี: *หัวเราะ* สั่งช้าไปแล้ว เรามาอยู่ในร้านขายอาหารตามสั่งแล้วหล่ะ
นางสาวดี นางดี เด็กชายดี นายดี: *หัวเราะพร้อมกัน*

*ไฟดับ เปลี่ยนเป็นฉากร้านขายเสื้อผ้า*

นางสาวดี: เสื้อผ้าตัวนี้สวยจัง นายดีซื้อให้หน่อยได้ไหม
นายดี: ฉันซื้อให้ได้ แต่ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่งว่า ทำไมบทละครทั่วไปชอบวาดภาพให้ผู้หญิง จะมีความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องเสื้อผ้าการแต่งตัว มากกว่าผู้ชาย
นางดี: นั่นนะสิ ฉันก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมาย แต่บทละครชอบบังคับ ฉันก็เปลี่ยนบทไม่ได้ก็ต้องเล่นไป
เด็กชายดี: ผมว่าต้องเป็นกรณีที่ผู้เขียนบทมีอคติทางเพศแน่นอน
นางดี: งั้นเรามาประท้วงคนเขียนบทกันเถอะ
นางสาวดี นางดี เด็กชายดี นายดี: *วิ่งไปพังฉากร้านขายเสื้อผ้า*

*ไฟดับ เปลี่ยนเป็นฉากดวงจันทร์*

นายดี: *ทำท่าหายใจไม่ออกนอนชักดิ้น โดยที่นางดี นางสาวดี เด็กชายดี ยืนมอง*
นางสาวดี: *หัวเราะ* ทำไมต้องหายใจไม่ออกด้วยหล่ะ
นายดี: ก็เราอยู่บนดวงจันทร์หนิ
นางสาวดี: จริงๆ ด้วยสิ
นางสาวดี เด็กชายดี นางดี: *ล้มไปทำท่าหายใจไม่ออกตามนายดี*

*ไฟดับ เปลี่ยนเป็นฉากยานอวกาศ*

นายดี: เราจะสั่งข้าวผัดกระเพรา หรือข้าวหมูผักกระเทียมดีั
นางดี: ไม่เอา จะเอากาแฟมอคค่า
นางสาวดี: หนูขอเสื้อผ้าชุดนี้ก็แล้วกัน
เด็กชายดี: เราอยู่ทีั่ไหนล่ะเนี่ย
นางสาวดี นางดี เด็กชายดี นายดี: *หัวเราะพร้อมกัน*

[จบละคร]

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นักกฎหมายในฐานะที่ปรึกษาการก่อตั้งตู้ปลาไม้น้ำในบ้าน

การสร้างตู้ปลาไม้น้ำนั้น พึงต้องตรวจตราหลักของการทำตู้ไม้น้ำหลายประการ เพื่อให้ผลลัพธ์ของตู้ออกมาได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ผู้ตัดสินใจจะเลือกทำตู้ไม้น้ำ ก็มีประเด็นที่พึงพิจารณาดังนี้

ประเด็นที่ ๑ กรวดรองพื้นตู้ควรใช้แบบมีสีสันสดใส พลาสติกแววาว ใช่หรือไม่

ตามหลักนั้นกรวดรองพื้นตู้ปลาต้องมีสีสันที่ไม่ทำให้ปลาตกใจ ซึ่งคำว่า "สีสันที่ไำม่ทำให้ปลาตกใจ" นั้น เจ้าของร้านขายปลาทั่วไปตีความว่าเป็นสีโทนเข้ม และเป็นสีธรรมชาติ เช่น น้ำตาล ดำ เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อให้พืชในตู้เจริญเติบโตได้ กรวดต้องมีคุณสมบัติอุดมสมบูรณ์ มีสารอาหารที่ดีเพื่อให้พืชเจริญเติบโต ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ปลาอยู่รอดได้ด้วย ดังนั้น การนำดินสวน ดินร่วนมาใช้เป็นกรวดตู้ปลาจึงไม่เหมาะสม

จากประเด็น การเลือกกรวดที่มีสีสันสดใสจึงไม่ถูกต้อง เพราะที่ถูกต้อง ต้องเลือกกรวดที่มีสีสันที่ไม่ทำให้ปลาตกใจ ซึ่งก็คือสีน้ำตาล สีดำ และในกรณีตู้ไม้น้ำ ก็ต้องใช้กรวดที่มีความอุดมสมบูรณ์ในสารอาหารของพืช โดยรักษาดุลยภาพไม่ให้ปลาตาย ซึ่งก็คือดินภูเขาไฟ หรือกรวดคลุกปุ๋ย

ประเด็นที่ ๒ ไฟควรเลือกใช้ที่สว่างที่สุดใช่หรือไม่

ประเด็นนี้มีความคิดเห็นแยกเป็นสองอย่างคือ

ความคิดเห็นที่ ๑ ไฟควรเลือกใช้ชนิดที่ให้ความสว่างมากที่สุดเท่าที่จะทำให้ได้ เพราะไม้น้ำหลายชนิดต้องการแสงมาก

ความคิดเห็นที่ ๒ ไฟไม่จำเป็นต้องเลือกใช้ชนิดที่ให้ความสว่างมากก็ได้ เพราะไม้น้ำหลายชนิดก็ใช้แสงน้อย อีกทั้งการใช้ไฟที่ให้แสงมากยังทำให้ตะไคร่น้ำขึ้น

ปัจจุบัน มีผู้ให้ความเห็นว่าควรเลือกใช้ความคิดเห็นทั้งแบบที่ ๑ และแบบที่ ๒ รวมๆ กัน กล่าวคือ ถ้าปลูกต้นไม้ที่ใช้แสงน้อยก็เลือกใช้ไฟแสงน้อย แต่ถ้าเลือกปลูกต้นไม้ที่ใช้แสงมากก็เลือกใช้แสงมาก

ประเด็นที่ ๓ ควรมีถังคาร์บอนไดออกไซต์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ในตู้ปลา เพื่อให้ต้นไม้หายใจหรือไม่

ในอดีต ผู้ขายปลาเคยวินิจฉัยว่าตู้ปลาไม้น้ำทุกตู้ จำเป็นต้องมีถังคาร์บอนไดออกไซต์ติดไว้ เพื่อให้การเลี้ยงไม้น้ำเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ในปัจจุบัน ผู้ขายปลาหลายราย กลับมาใช้หลักว่า ตู้ปลาไม้น้ำบางตู้ ไม่จำเป็นต้องใช้ถังคาร์บอนไดออกไซต์ก็ได้ ถ้าเป็นกรณีที่ปลูกต้นไม้น้ำที่ไม่มีข้อให้ดูแลยุ่งยาก หรือในบางกรณี ก็สามารถประดิษฐ์ถังคาร์บอนไดออกไซต์ได้เองก็ได้

จากประเด็น จึงเห็นว่าไม่จำเป็นที่ต้องมีถังเช่นว่าก็ได้

ประเด็นที่ ๔ ควรเลือกปลาชนิดใด

ผู้ขายปลาวางหลักวินิจฉัยว่า ปลาที่จะอยู่ในตู้ไม้น้ำได้ต้องเป็นปลาขนาดเล็กเท่านั้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมิให้มีการกินต้นไม้น้ำเกิดขึ้น

แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ยังไม่มีผู้ใดวางหลักชัดเจนว่าปลากลุ่มใดคือ "ปลาขนาดเล็ก" ซึ่งหากแปลถึงแม้ด้วยความรัดกุมที่สุดก็ตามที ปลาทอง ก็สามารถจัดอยู่ในปลาขนาดเล็กได้ ทั้งๆที่ปลาทองชอบแทะต้นไม้ ผู้ขายปลาหลายท่านอาศัยข้อพิจารณานี้ ใช้เป็นฐานข้ออ้างในการขายปลา โดยอ้างว่าปลาทองสามารถอยู่ในตู้ไม้น้ำได้ เพราะเป็นปลาขนาดเล็ก ทั้งที่เจตนารมย์ของหลักนี้คือ เพื่อไม่ให้ใส่ปลาที่ชอบแทะต้นไม้น้ำ ปัจจุบัน หลักนี้ก็ยังไม่ชัดเจน จึงยังไม่สามารถวินิจฉัยในประเด็นนี้ได้

ด้วยเหตุที่กล่าวมานี้ การทำตู้ปลาไม้น้ำต้องใช้กรรมวิธีดังที่ได้อธิบายไป

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551

ขายฝัน

ขณะนี้อายุ 20
เราจะ...

1 ไปเดินที่ฮาราจูกุและอะคิฮะบะระ ภายในอายุ 21
2 ไปเดินที่เซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง ภายในอายุ 22
3 นั่งรถไฟไปธิเบต ภายในอายุ 23
4 ไปเที่ยวงาน Glastonbury เมืองโซเมอร์เซต ประเทศอังกฤษ ภายในอายุ 24
5 ออกหนังสือของตัวเอง ภายในอายุ 25
6 ไปดูงานแกะสลักน้ำแข็งที่ฮาร์บิน ภายในอายุ 26
7 ไปเดินที่ซัปโปโร ภายในอายุ 27

...
8 ไปเป็นวิทยากรในงาน TED Talk ภายในอายุ 35
9 ได้รางวัลโนเบล ภายในอายุ 55

...
10 ทำบลอก a-random ให้เป็นเวบเชิงวัฒนธรรม ปรัชญา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ที่ดีภายในอายุ 20 ปี กับอีก 11 เดือน

ขาย ฝันละ 100 บาท
จ่ายเงินผ่านระบบ PayPal

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ชื่อคนรับผิดชอบงาน

รับผิดชอบคัต

นั้น
แผนกผลิตทั้งหมด
ณัฐดาว(แพร)

รับผิดชอบโปสเตอร์

การ์ด
น้ำหวาน

พิมพาวดี
อุ๋ม
นุ่น

กนกรัตน์
บูม

รับผิดชอบสูจิบัตร
บิว
อธินี(จาว)
พิมพาวดี
อุ๋ม
นุ่น

กนกรัตน์
บูม

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551

กระดาษบ่าย

บลอกวันนี้เข้าได้แล้ว
แต่ว่าทำไมมันเข้าไปดู stat ไม่ได้วะ

กำลังปิดบังอะไรหรือเปล่า

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551

กระดาษค่ำ 30/06

เวบ a-random bandwidth เกินมาสัปดาห์แล้ว คงต้องรอเดือนใหม่ ถึงจะเข้าไปแก้ได้ น่าสงสัยว่า ไม่มี comment มากมายเท่าไหร่ แต่ทำไม traffic มันเยอะแบบนั้น ต้องมี bot หรือใครแอบโหลด mp3 ผ่าน ftp แน่ๆ

กำลังคิดว่าจะเปลี่ยน a-random เป็นนิตยสารออนไลน์ แล้วเอา contributor มาช่วยเขียนเยอะๆ แล้วทำระบบ comment เป็น argument-oriented แยกว่าใครสนับสนุน ใครค้าน เหตุผลคืออะไร perspective นักวิชาการมีว่าอย่างไร แต่ด้วยจำนวนหนังสือ จำนวนงาน ก่อนมิดเทอมนี้ คงจะต้องบีบคั้นกันหน่อย

ช่วงนี้ชอบ Glastonbury 2008 เปิดเนต เข้า youtube หา performance จากงาน เจอเด็ดๆ หลายอัน โดยเฉพาะ Kings of Leon เพลง On Call นี่ก็ขนลุกทีเดียว คนละเรื่องกับตอนฟังคนเดียวในคอมอย่างชนิดว่า ต่างกันคนละขุมคนละชั้นสวรรค์ แต่ที่ไม่ค่อยดีมากๆ ก็คือ Amy Winehouse ร้องเพลง Rehab แล้วก็เมาไป ต่อยคนดู แม้ว่าเพลงมันจะเกี่ยวกับคนติดเหล้า แต่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน ก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่หลายคนก็ชอบ เลยเป็น debate ในงาน ว่าเหมาะสมหรือไม่ ก็น่าคิดว่างานศิลปะแม้จะมีศีลธรรมเสื่อมโทรมโจ่งแจ้งแบบนี้ มันจะเป็นงานที่ดีได้หรือเปล่า

ว่าแล้วก็อยากไป Glastonbury ปีหน้าจัง ต้องไปอังกฤษ ซื้อตั๋ว ซื้อเต้นท์ไปกาง ซื้ออุปกรณ์สนาม ท่าทางจะครึกครื้น

เดี๋ยวนี้ไปคณะแล้วรู้สึกมันสงบจัง คนน้อยลงหรือว่าคิดไปเองหว่า

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551

กระดาษเช้า 3/6

ต้องหาน้ำหวานให้เจอ
ต้องไปคุยกับรสิกาให้เสร็จ
เขียนชื่อ นามสกุล ความสามารถ
เขียนแผนการแยกฝ่ายเป็นแผนก

อ่าน Feminism ในภาพยนตร์
ไปเช่าหนังมาดู > Jean-Luc Godard, Lynch, Bunuel,...

ทวบทวนตั๋วเงิน
อ่านหุ้นส่วนบริษัท

อ่าน ทบทวนจีน

อยากทำเวบนิตยสารที่ชื่อว่า โปรเกรสซีฟวีคลี่ หรือ บูรณาวิจารณ์ ฯลฯ

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551

กระดาษเช้าวันที่ 2/6

ต้องไปติดต่อกับบุคคลเหล่านี้

นั้น > ขอชื่อจริง ขอรายชื่อโปรแกรมที่ทำเป็น
บิว
น้ำหวาน >> ทาบทาม
คนที่เคยคุมการทำงานฝีมือแบบกลุ่ม

พี่เคน > ขอชื่อคนที่ทำโปรแกรมต่างๆ เป็น Ps, Ai, Id, {Ae, Pr}, Dw เขียนโค้ด Css, Html, ActionScript

--------------------------------------

น้องรหัส เอาหนังสือไปให้

--------------------------------------

เริ่มอ่าน Feminism ในหนัง
ดู Semiotics
ดู Aesthetics : Environmental aesthetics >> ไปยืม

-------------------------------------

เริ่มอ่านหนังสือเริ่มจากห้างหุ้นส่วน บริษัท ดูให้ครบ

------------------------------------

แผนการ

เช้าวันจันทร์ <ออกกำลังกาย> <อ่านกฎหมาย> ค่ำ <ดูญี่ปุ่น> <ดูหนัง>
เช้าวันอังคาร <อ่านกฎหมาย> เย็น <ทบทวน> <ดูจีน>
เช้าวันพุธ <อ่านกฎหมาย> เย็น <ทบทวน> <ดูหนัง> <ดูญี่ปุ่น>
เช้าวันพฤหัส <อ่านกฎหมาย> เย็น <ทบทวน> <ดูจีน>
เช้าวันศุกร์ <"> เย็น <ทบทวน> <ดูจีน> <ดูหนัง>
วันเสาร์ <ทบทวน> เย็น <ดูหนัง>
วันอาทิตย์ <.........>

กฏหมาย แผนการ:
รอบ 1 อ่านผ่านๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
ห้างหุ้นส่วน
ตั๋วเงิน
ระหว่างประเทศ
ปกครอง
วิแพ่ง
วิอาญา
ดูข้อสอบ

รอบ 2 ทำรูป เฉพาะ mid-term ทำข้อสอบ
รอบ 3 แผนผัง+โน้ตย่อ
รอบ n ดูแผนผัง+โน้ตย่อ

5 ทุ่มนั่งสมาธิ 15 นาที
ตื่น 6.00

อยากออกกำลังกายตอนเช้า ด้วยการไปวิ่ง แต่เนื่องจากไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน คงออกได้แต่ในบ้าน ใช้ wii เป็นอุปกรณ์ช่วย
อยากไปดูเกมใหม่ๆ ของ wii ที่ช่วยออกกำลังกาย
อยากไปทำให้มือถือเล่น gprs ได้ จะได้อัพบลอก อัพ twitter จากมือถือได้

หนังสือที่ยังอ่านไม่จบ > Crime & Punishment น่าเบื่อมาก เหนื่อยกับตัวเอก ทำบาปแล้วมันทุกข์แบบนี้นี่เอง ขนาดใครๆ ไม่รู้นะเนี่ย อยากรู้ตอนจบจะเป็นยังไง
หนังสือที่อยากอ่าน Slaughterhouse-5 น่าจะสนุก
หนังสือที่อยากทำให้เสร็จ Processing ทิ้งไว้ส่วนที่ 2 นานแล้ว กลัวทิ้งไปแล้วจะลืมตลอดไป น่าจะหาเวลาหน่อย แต่ตอนไหนดี?

กลัวว่าบทความที่เขียนส่งไป เขาจะด่าไหมเนี่ย รู้สึกเขียนเกร็งๆ ไปหน่อย แล้วมันดูยัดเยียดไปจริงๆ แต่ก็คิดไม่ออกแล้วจริงๆ ว่าจะเขียนเรื่องแบบนั้นยังไงให้สนุก และง่ายกว่านั้น แล้วแผนผัง เขาจะชอบไหม คงต้องมีหลาย draft แต่มีคำติก็ดี ดีกว่าเขาไม่ะอใจแล้วเก็บเอาไว้ไม่บอกกัน ซึ่งจะทำให้รู้สึกผิดยิ่งกว่าอีก
กลัวงานละคร กลัวต้องมาทาสีตอกตะปู แล้วงานจะเยอะจนทำให้เรามาเขียนบทความไม่ได้หรือเปล่า หรือเยอะจนกินเวลาอ่านหนังสือหรือเปล่า แต่มันยังไม่เกิดนี่เนอะ
กลัวแค่สองอย่างเองนี่หว่า ไม่เห็นมีอะไรน่ากังวลสักอย่างด้วย ยังไม่เกิดทั้งนั้น

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

โปรเกรสซีฟวีคลี่

ขณะที่กำลังพิมพ์อยู่นี้ เป็นเวลา 5 โมงเช้า ถ้านับเวลาที่เราตื่นเมื่อตอน 4 โมงเย็นของเมื่อวาน ตอนนี้เราตื่น 19 ชั่วโมงติดต่อกันแล้ว

ไปอ่านเวบนี้มา เขาบอกว่า ให้เขียนสิ่งที่คิด กังวลทั้งหมดลงในกระดาษทุกๆ เช้า เพื่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ
แต่ที่นี่ไม่ใช่กระดาษ จึงไม่เขียน

กำลังคิดว่าเปิดเทอมจะแบ่งเวลายังไงดี เพราะส่วนหนึ่งต้องแบ่งให้วิชากฏหมายแสนสนุกต่างๆ ส่วนหนึ่งแบ่งให้กับเรื่องตลกคือ เป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตสื่อ ของโครงการละคร ซึ่งประเด็นนี้ขอขยาย ว่าวันที่เขาโทรมาชวนให้ไปทำ ก็เข้าใจตรงกันว่า มันคงเกี่ยวกับการออกแบบ ใช้คอมพิวเตอร์ แต่คุยไปคุยมาวันหลัง งานกลับกลายเป็นการระบายสี ตอกตะปู ฯลฯ อะไรเสียด้วย ก็กลายเป็นเรื่องตลกอีกแล้ว กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เราต้องทำงานในส่วนตอกตะปู ระบายสีนี้

แต่ส่วนที่อยากแบ่งเวลาให้มากที่สุดคืองานเขียนคอลัมน์ ส่วนนี้ต้องหาข้อมูลจากหนังสือต่างๆ ทั้งที่เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ปัจจุบันรู้สึกว่างานส่วนนี้มีความสุขที่สุด แม้จะใช้พลังงานเยอะที่สุดก็ตาม

กำลังคิดหาทางเป็นไปได้ที่จะทำนิตยสาร online รวบรวมนักเขียนต่างๆ ที่เราชื่นชมมาเขียนด้วยกัน โดยใช้ธีมเนื้อหา เป็นเรื่องเกี่ยวกับ
  • การออกแบบ
  • สังคม, การเมืองและเศรษฐกิจ
  • ประวัติศาสตร์
  • ภาษาและวรรณกรรม
  • ปรัชญา
  • จิตวิทยา
  • เพลง, หนังสือและภาพยนตร์
  • วิทยาศาสตร์
  • สารสนเทศ
เคยเห็นนิตยสารเล่มนึงของต่างประเทศที่เล่นธีมกว้างๆ แบบนี้ ชื่อว่า Monocle สาระทั้งหมดมีความเกี่ยวเนื่องกัน ลงจุดเน้นไปที่ความเป็น มนุษยศาสตร์ที่เป็นสหวิทยาการ ซึ่งเมืองไทยมีนิตยสารหนึ่งที่ชื่อว่า onopen แต่เนื้อหาค่อนข้างแตกกระจาย ยังไม่เน้นที่ความเป็นสหวิทยาการโดยนำมนุษยศาสตร์มาเป็นศูนย์กลาง

ถ้าจะให้เข้าใจธีม ก็คงอธิบายได้ว่าเป็น a day+ฮิ+วิภาษา+way+National Geographic+มติชนสุดสัปดาห์+ศิลปวัฒนธรรม+Creative review+NME+Bioscope

อยากตั้งชื่อให้มันหรูๆ ทำนอง "ดุลยวิพากษ์", "โปรเกรสซีฟวีคลี่" ฯลฯ

ในเวบก็อยากให้มีส่วน vdo สื่อการสอนเชิงมนุษยศาสตร์ ที่เป็นภาษาไทย เข้าใจง่าย ใช้ information graphic ที่ชัดเจนเข้าช่วย

แต่ตอนนี้เราต้องโฟกัสที่ สลัดหน้าที่ส่วนการตอกตะปู ระบายสีออกไปให้ได้เสียก่อน

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

เศรษฐกิจเศษสตางค์

ทุกๆ วัน เราจะทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำวันอยู่เสมอ เพื่อให้รู้ว่าแต่ละวันใช้เงินไปเท่าไหร่ และเหลือเงินอีกเท่าไหร่ พอแก่งบประมาณหรือไม่

แต่ช่วง 4-5 วันมานี้ เกิดเรื่องประหลาดขึ้น คือ จะพบว่าเงินที่คำนวนได้ในบัญชี จะสูงกว่าเงินที่เหลืออยู่จริง 1 บาทเสมอ ทั้งที่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราได้แก้ปัญหาด้วยการหาเงิน 1 บาท จากใต้ถุนบ้าน มาใส่กระเป๋าเงิน เพื่อให้ครบตามจำนวนบัญชี และตรวจสอบรายจ่ายทุกๆ ครั้งว่าตรงตามนั้น แต่ก็ไม่วายที่วันต่อๆ ไป ก็เกิดเหตุการณ์เงิน 1 บาทหายไปอีก จนปัจจุบัน เหรียญ 1 บาท กำลังจะหมดไปจากใต้ถุนบ้านแล้ว เฉกเช่นเดียวกับน้ำมันที่กำลังจะหายไปจากใต้พื้นพิภพ

จึงต้องมาวิเคราะห์ว่า เงิน 1 บาท หายไปไหนในแต่ละวัน เรามีอยู่ 5 ทฤษฎีด้วยกัน

1. ทฤษฎีกระเป๋ารถเมล์ คือ รถเมล์สาย 40 ที่นั่งไปเรียนเป็นประจำจะมีราคา 8.50 บาทต่อเที่ยว บ่อยครั้งที่มักยื่นไปเป็นแบงค์ใหญ่ หรือเหรียญใหญ่เช่น 20 บาท 10 บาท เป็นต้น ซึ่งเวลาทอนก็จะเกิดความสับสนแก่ผู้ไร้เดียงสาเชิงคณิตศาสตร์ อย่างเรา

การทอนนั้นหากให้เงิน 10 บาท เราควรได้ทอน 1.50 บาท คือมีเหรียญ 1 บาทหนึ่งเหรียญ และเหรียญ 50 สตางค์อีกหนึ่งเหรียญ ซึ่งนี้ไม่ค่อยสับสนมากนัก แต่ถ้าเป็นแบงค์ 20 บาท เราควรได้รับทอน 11.50 บาท ซึ่งสามารถมาได้หลายรูปแบบเช่น 10 บาทหนึ่งเหรียญ 1 บาทหนึ่งเหรียญ 50 สตางค์หนึ่งเหรียญ หรือ 5 บาทหนึ่งเหรียญ 1 บาทหกเหรียญ 50 สตางค์หนึ่งเหรียญ หรือ 2 บาทห้าเหรียญ 1 บาทหนึ่งเหรียญ 25 สตางค์สองเหรียญ

ประเด็นนี้แหละที่เป็นปัญหาว่า กระเป๋ารถเมล์อาจอาศัยความชุลมุนของคน ประกอบกับความไร้เดียงสาเชิงคณิตศาสตร์ของเจ้าของเงิน ทำการแอบไม่ทอน 1 บาท เวลาจ่ายเป็นแบงค์ 20 บาทไป โดยทำเนียนว่า ทอนมาหลายเหรียญ ซึ่งดูๆ ก็เหมือนจะครบ แต่ก็ไม่ครบถ้านับดีๆ

2. ทฤษฎีแท็กซี่ เวลานั่งแท็กซี่นั้น เลขในมิเตอร์จะขึ้นทีละ 3 บาทต่อระนะทางหนึ่งๆ ขึ้นทีละ 1 บาทกว่าๆ ต่อนาทีถ้ารถติด สรุปความโดยรวมคือ ค่าแท็กซี่จะไม่ใช่เลขที่ลงตัวเป็นเลขลงท้ายด้วย 0 หรือ 5 เสมอไป แลในประเด็นนี่ สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ค่าแท็กซี่กรณีเป็นเลขลงท้ายด้วย 9 เช่น 69 บาท 59 บาท เป็นต้น สมมุติในที่นี้ว่าต้องจ่ายเงิน 69 บาท แล้วทำการหยิบเงินเป็นแบงค์ 20 บาท 3 ใบ เหรียญ 10 บาทหนึ่งเหรียญ รวมเป็น 70 บาท โอกาสร้อยละ 90 ที่เขาจะไม่ทอนเงิน 1 บาทนั้น ด้วยการอ้างว่า ไม่มีเศษเหรียญ เป็นต้น

หากเราเผลอผลีผลามทะเลาะกับแท็กซี่ เพื่อให้ทอนเงิน 1 บาทให้ แท็กซี่ผู้นั้นอาจเอาพฤติกรรมของเรา ไปรายงานลูกค้าคนหลังๆ ของเขา ให้เป็นที่อับอายขายหน้าแก่เราได้ จึงต้องจำใจไม่ต่อว่าต่อเถียง ซึ่งเป็นผลให้เกิดความลำบากในการทำบัญชีในวันนั้น

แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว 4-5 วันมานี้ เราไม่ได้นั่งแท็กซี่ จึงตัดทฤษฎีนี้ออกไปได้

3. ทฤษฎีหล่นหาย เวลาออกจากบ้านนั้น เงินที่เป็นเหรียญ ปรกติจะไม่ไว้ในกระเป๋าเงิน แต่จะแยกออกต่างหาก ไปไว้ในกระเป๋ากางเกงและในกระเป็นกางเกงเดียวกันก็จะใส่มือถือไว้ จึงน่าสงสัยว่าหนึ่งบาท อาจหายไปเพราะเหตุบังเอิญต่างๆ เช่น หยิบมือถือแล้วเหรียญติดมาแล้วหล่น ตามไม่รู้ตัว อนึ่ง ต้องพิจารณาด้วยว่า ซองใส่มือถือของเรานั้น มีคุณสมบัติพิเศษคือดูดติดผ้าได้ง่าย เพราะมีไฟฟ้าสถิตอยู่ตลอดเวลา จึงยิ่งเพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ที่เหรียญ 1 บาท จะหล่นเพราะเหตุนั้น

4. ทฤษฎีหนีหาย สิ่งของต่างๆ อาจเป็นไปได้ว่ามันมีชีวิตเป็นของมันเอง เพียงแต่ว่า ต่อหน้ามนุษย์นั้น มันทำเป็นไร้วิญญาณ แต่พอลับหลังแล้ว มันกลับมีชีวิตชีวา ออกมาเต้นรำ พูดคุยกันได้ จึงเป็นไปได้ว่า เหรียญ 1 บาทนั้น จะอาศัยช่วงที่เราเผลอ กระโดดหนีไปจากกระเป๋ากางเกง เพราะมันอาจอยากไปเที่ยวที่อื่นๆ ไม่อยากมาเรียนภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีนกับเรา ที่อื่นๆ ที่เหรียญ 1 บาท อาจหนีไปเช่น สีลม พัฒน์พงศ์ ร้านซูชิที่พร้อมพงศ์ เอกมัย ผับที่ทองหล่อ โรยัลซิตี้อเวจี เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้แล้ว จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะไปริดรอนสิทธิการเดินทางของเหรียญนั้น แม้จะไม่ระบุในรัฐธรรมนูญ แต่บุคคลที่มีมนุษยธรรม ก็ไม่ควรไปทำร้ายจิตใจของสิ่งของต่างๆ

5. ทฤษฎีผีขโมย เป็นไปได้ว่าช่วง 4-5 วันมานี้ กำลังมีผีกุ๊กกู๋มาติดตามอยู่ สาเหตุที่ผีกุ๊กกู๋ตาม ก็เป็นไปได้ว่ายืมเงินผู้นั้นแต่ชาติก่อน แล้วไม่คืน แล้วเขาก็กำลังมาขอคืนพร้อมคิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี และเพื่อไม่ให้เราลำบาก ผีกุ๊กกู๋เลยผ่อนชำระให้เราวันละบาท ซึ่งเป็นไปได้เพราะในสมัยก่อน เงิน 1 บาทมีมูลค่าสูง เราอาจยืมเขาไป 5 บาทก็เป็นได้ ซึ่งเทียบกับปัจจุบันแล้ว ย่อมไม่ใช่เรื่องปัญหาหนักเลย หากต้องใช้คืน ถ้าทฤษฎีนี้เป็นความจริง เราจะต้องงดสร้างหนี้ในชาตินี้ และทำบุญกุศลมากๆ

สรุปสาระความรู้ในวันนี้คือ เงินของเราหายไปวันละ 1 บาท โดยมีข้อสมมุติฐานว่า เพราะกระเป๋ารถเมล์ไม่ทอน แท็กซี่ไม่ทอน หล่นหาย เหรียญบาทหนีไป ผีมาขโมยไป หวังว่าผู้อ่านและผู้สนใจ จะได้รับประโยชน์จากรายงานนี้ ไม่มากก็น้อย

กิตติภัต แสนดี
ผู้จัดทำ

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ตั๋วเงิน

กินข้าวที่โออิชิ ก็นึกแต่งเพลงในใจอย่างไม่ตั้งใจ เป็นเพลงๆ หนึ่ง มีเนื้อหาดังนี้

เพลง: ตั๋วเงิน
ทำนอง: จากเพลงส้มตำ

ต่อไปนี้ จะเล่าถึงกฎหมายอร่อย
คือตั๋วเงินเขียนบ่อยๆ ก็สนุกดี
วิธีทำก็ง่ายจะบอกได้ต่อไปนี้ มันเป็นวิธีวิเศษเหลือหลาย

ไปซื้อแบบฟอร์มมา รูปร่างเหมาะเหมาะ
กรงกรอบลวดลาย ไม่ต้องมากมาย
......(แต่งต่อไม่ได้ หรือลืมก็ไม่ทราบ)

ปรุงรสให้แซบหนอ ใส่หลักกฎหมายลงไป
อ้อ อย่าลืมใส่ วิ แพ่งของดี
......(แต่งต่อไม่ได้ หรือลืมก็ไม่ทราบ)
เสร็จสรรพแล้วซี ยกออกมาเซ็น

......(แต่งต่อไม่ได้ หรือลืมก็ไม่ทราบ)